bkk2312@blogspot.com
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553
มติ ครม.กับการศึกษา
มติ ครม.๒ มิถุนายน ๒๕๕๓
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันพุธที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการว่า ได้แต่งตั้งนางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายกมล รอดคล้าย เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งรับทราบรายงานผลโรงเรียนขนาดเล็กที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม
แต่งตั้งข้าราชการ และการโอนข้าราชการ รมว.ศธ.กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ทั้ง ๒ ข้อ ดังนี้ ๑. อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ แต่งตั้งนายกมล รอดคล้าย ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา๒. อนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ให้โอนนางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และอนุมัติรับโอนนายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ. ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุผลในการย้ายครั้งนี้ว่า เพื่อความเหมาะสมในการทำงาน เพราะที่ผ่านมาการดำเนินโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ในงบฯ SP2 มีความล่าช้าและขัดมติ ครม. เช่น กรณีที่ ครม.ให้เดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ในรายการที่ดำเนินการประมูลเสร็จแล้ว แต่นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา กลับไปให้นโยบายผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาว่าให้อยู่ในดุลพินิจ ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งทำหนังสือขอยกเลิกกับบริษัทที่ประมูลได้แล้ว จนทำให้มีการร้องเรียนเข้ามาและขู่ว่าจะฟ้องศาลด้วย นอกจากนี้ เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้ว ยังพบว่ามีการปฏิบัติส่อไปในทางไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อบังคับของทางราชการใน ๒ กรณี คือ มีการแอบอ้างหรือปลอมรายชื่อกรรมการจัดทำคุณลักษณะครุภัณฑ์หรือสเปคชุดใหม่ และจัดทำการรับรองเอกสารการจัดทำสเปคชุดใหม่ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง จึงยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เป็นการขัดผลประโยชน์อะไรแต่อย่างใด รับทราบรายงานผลโรงเรียนขนาดเล็กที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม ครม.รับทราบรายงานผลการพิจารณาทบทวนคุณสมบัติโรงเรียนขนาดเล็ก ที่สมควรจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ตามที่ ศธ.เสนอ โดยในส่วนของการจัดสรรงบประมาณส่วนเพิ่มให้โรงเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ นั้น เนื่องจากในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ มิได้ตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไว้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงต้องปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ จากโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ๑๕ ปีที่ได้รับจัดสรร จำนวน ๔๐,๖๐๔.๖๙๑๑ ล้านบาทมาดำเนินการไปก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในปีประมาณ ๒๕๕๔ ศธ.ได้เสนอตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณของ สพฐ.จำนวน ๘๘๘.๗๐ ล้านบาทแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ๑. สพฐ.ได้ดำเนินการทบทวนคุณสมบัติโรงเรียนขนาดเล็ก ที่สมควรได้รับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ค่าใช้จ่ายรายหัว) ส่วนเพิ่ม (Top-up) โดยแยกเป็น ๒ กรณี คือ ๑) โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๑๒๐ คนลงมา) ควรมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังนี้คือ -เป็นโรงเรียนที่ไม่สามารถรวมกับโรงเรียนอื่นเนื่องจากการคมนาคมยากลำบาก -เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนรูปแบบคละชั้นหรือมีครูไม่ครบชั้น -เป็นโรงเรียนหลักของการมาเรียนรวมแต่ยังมีนักเรียนไม่เกิน ๑๒๐ คน -เป็นโรงเรียนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพภายนอกแบบก้าวกระโดดจากระดับปรับปรุงเป็นดีหรือดีมาก ๒) กรณีโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ -เป็นโรงเรียนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพภายนอกแบบก้าวกระโดด จากระดับปรับปรุงเป็นดีหรือดีมาก -เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับตำบล -เป็นโรงเรียนขยายโอกาส (นักเรียนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) โดยจัดงบประมาณสนับสนุนเฉพาะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ๒. สพฐ.ได้จัดทำเกณฑ์ที่กำหนดแตกต่างจากที่เสนอคณะรัฐมนตรีในครั้งแรก เนื่องจากได้กำหนดให้โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) นั้น ให้รวมโรงเรียนขยายโอกาสด้วย เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบทห่างไกล โดยขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเฉพาะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หัวละ ๑,๐๐๐ บาท/คน/ปี.
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันพุธที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการว่า ได้แต่งตั้งนางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายกมล รอดคล้าย เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งรับทราบรายงานผลโรงเรียนขนาดเล็กที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม
แต่งตั้งข้าราชการ และการโอนข้าราชการ รมว.ศธ.กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ทั้ง ๒ ข้อ ดังนี้ ๑. อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ แต่งตั้งนายกมล รอดคล้าย ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา๒. อนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ให้โอนนางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และอนุมัติรับโอนนายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ. ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุผลในการย้ายครั้งนี้ว่า เพื่อความเหมาะสมในการทำงาน เพราะที่ผ่านมาการดำเนินโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ในงบฯ SP2 มีความล่าช้าและขัดมติ ครม. เช่น กรณีที่ ครม.ให้เดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ในรายการที่ดำเนินการประมูลเสร็จแล้ว แต่นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา กลับไปให้นโยบายผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาว่าให้อยู่ในดุลพินิจ ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งทำหนังสือขอยกเลิกกับบริษัทที่ประมูลได้แล้ว จนทำให้มีการร้องเรียนเข้ามาและขู่ว่าจะฟ้องศาลด้วย นอกจากนี้ เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้ว ยังพบว่ามีการปฏิบัติส่อไปในทางไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อบังคับของทางราชการใน ๒ กรณี คือ มีการแอบอ้างหรือปลอมรายชื่อกรรมการจัดทำคุณลักษณะครุภัณฑ์หรือสเปคชุดใหม่ และจัดทำการรับรองเอกสารการจัดทำสเปคชุดใหม่ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง จึงยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เป็นการขัดผลประโยชน์อะไรแต่อย่างใด รับทราบรายงานผลโรงเรียนขนาดเล็กที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม ครม.รับทราบรายงานผลการพิจารณาทบทวนคุณสมบัติโรงเรียนขนาดเล็ก ที่สมควรจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ตามที่ ศธ.เสนอ โดยในส่วนของการจัดสรรงบประมาณส่วนเพิ่มให้โรงเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ นั้น เนื่องจากในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ มิได้ตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไว้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงต้องปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ จากโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ๑๕ ปีที่ได้รับจัดสรร จำนวน ๔๐,๖๐๔.๖๙๑๑ ล้านบาทมาดำเนินการไปก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในปีประมาณ ๒๕๕๔ ศธ.ได้เสนอตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณของ สพฐ.จำนวน ๘๘๘.๗๐ ล้านบาทแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ๑. สพฐ.ได้ดำเนินการทบทวนคุณสมบัติโรงเรียนขนาดเล็ก ที่สมควรได้รับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ค่าใช้จ่ายรายหัว) ส่วนเพิ่ม (Top-up) โดยแยกเป็น ๒ กรณี คือ ๑) โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๑๒๐ คนลงมา) ควรมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังนี้คือ -เป็นโรงเรียนที่ไม่สามารถรวมกับโรงเรียนอื่นเนื่องจากการคมนาคมยากลำบาก -เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนรูปแบบคละชั้นหรือมีครูไม่ครบชั้น -เป็นโรงเรียนหลักของการมาเรียนรวมแต่ยังมีนักเรียนไม่เกิน ๑๒๐ คน -เป็นโรงเรียนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพภายนอกแบบก้าวกระโดดจากระดับปรับปรุงเป็นดีหรือดีมาก ๒) กรณีโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ -เป็นโรงเรียนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพภายนอกแบบก้าวกระโดด จากระดับปรับปรุงเป็นดีหรือดีมาก -เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับตำบล -เป็นโรงเรียนขยายโอกาส (นักเรียนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) โดยจัดงบประมาณสนับสนุนเฉพาะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ๒. สพฐ.ได้จัดทำเกณฑ์ที่กำหนดแตกต่างจากที่เสนอคณะรัฐมนตรีในครั้งแรก เนื่องจากได้กำหนดให้โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) นั้น ให้รวมโรงเรียนขยายโอกาสด้วย เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบทห่างไกล โดยขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเฉพาะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หัวละ ๑,๐๐๐ บาท/คน/ปี.
ข่าวยุทธศาสตร์การศึกษา
รมว.ศธ.กล่าวว่า องค์กรหลักได้เสนอแนวทางและกิจกรรมตามแผนระยะเร่งด่วนซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ ดังนี้
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เสนอแนวทางในการพัฒนาแผนการส่งเสริมการปรองดอง โดยกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นกับเด็กไทย ๘ ประการ ได้แก่ การรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, ความซื่อสัตย์สุจริต, ความมีวินัย, การใฝ่เรียนรู้, การอยู่อย่างพอเพียง, มุ่งมั่นในการทำงาน, รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ ซึ่งจะมีกระบวนการมุ่งเน้นในเรื่องของการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างความปรองดอง ดังนี้ - ระดับชั้นเรียน จัดทำคำปฏิญาณเพื่อความปรองดอง ทำข้อตกลง หรือว่าปฏิญาณตนที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น เป็นคำปฏิญาณของนักเรียนทุกชั้นเรียนให้ติดไว้ในห้องเรียนและเป็นภาพรวมของโรงเรียน - ระดับโรงเรียน จัดทำสัปดาห์แห่งความปรองดอง โดยทำแนวทางการวางแผนสัปดาห์แห่งการปรองดอง มีการประกวดเรียงความเรื่องความปรองดอง มีการจัดกิจกรรมประกวดนักเรียนที่สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามเพื่อสังคม - ระดับชุมชน จัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเพื่อสร้างบรรยายกาศของความร่วมมือกัน แสดงถึงความเป็นพลเมืองดี การเสริมสร้างความรับผิดชอบ การให้เกียรติซึ่งกันละกัน สร้างความมีวินัยในตนเอง ความอดทนอดกลั้น การเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง
More Resources
ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด ของ รมว.ศธ.
173 เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันบอล
173 เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันบอล
172 รมช.ศธ."ไชยยศ" เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
171 โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูอย่างเป็นระบบ
163 มาตรการป้องกันเล่นพนันบอล
161 กนป.เห็นชอบตัวบ่งชี้และเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง
154 เร่งติดตามนโยบายช่วงเปิดภาคเรียน
153 งบปี 2554 ศธ.รวม 388,050 ล้านบาท
152 ตรวจเยี่ยมเปิดภาคเรียนวันแรกที่ รร.สันติราษฎร์วิทยาลัย
151 ผลประชุม ศธ.ครั้งที่ 4
150 ยืนยันเปิดภาคเรียนใน กทม.24 พค.นี้ เว้น 28 โรง
148 เลื่อนเปิดภาคเรียนสถานศึกษาทุกแห่งในกรุงเทพฯ
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เน้นในเรื่องของการฝึกอบรมแกนนำในการสร้างจิตสำนึกประชาธิปไตยสู่ความเป็นพลเมืองดี โดยใช้ กศน.อำเภอและกศน.ตำบล ในการที่จะสร้างจิตสำนึกในความเป็นพลเมือง และจะมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ของสังคมให้เห็นความสำคัญของความเป็นชาติ การอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างมีความสุข
สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะมีการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับ สพฐ. โดย สช. ได้เสนอให้มีการจัดหลักสูตร นักศึกษาวิชาทหาร/รักษาดินแดน (รด.) ให้กับนักเรียนอาชีวศึกษา เมื่อเรียนจบ ๓ ปีแล้ว นอกจากจะมีวินัยในตนเองก็จะมีการสร้างเสริมความรักชาติและไม่ต้องเกณฑ์ทหารด้วย
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีกิจกรรมในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ กิจกรรมอยู่ดีกินดีลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เน้นอาชีพของประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อลดปัญหาการว่างงาน
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีโครงการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเขตเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ สนับสนุนโอกาสการเข้าศึกษาของผู้ด้อยโอกาสในวิทยาลัยชุมชน โครงการทุนการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส โครงการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย โครงการค่ายเรียนรู้คุณธรรมนำชีวิตพอเพียง มีกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา กิจกรรมช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมา ฯลฯ โดยจะบรรจุวิชาความเป็นพลเมืองเป็นวิชาบังคับในหมวดการศึกษาทั่วไปที่ทุกคนต้องศึกษา และกำหนดให้วิชาความเป็นพลเมืองเป็นมาตรวัดตัวหนึ่งในตัวชี้วัดของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และกำหนดไว้ใน TQF ที่จะดูแลเรื่องคุณวุฒิของนักศึกษาที่เรียนจบเพื่อที่จะวัดความเป็นพลเมืองอีกด้านหนึ่งด้วย
รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้ทุกองค์กรหลักไปร่วมกันจัดทำแผนการปรองดองเพื่อจะนำไปสู่การเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้บูรณาการปรับแผนให้สอดคล้องกับภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการและให้ไปกำหนดเป็นแผนเร่งด่วนเป็น ๒ ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ และ ระยะกลางคือในระยะที่จะต้องดำเนินการในการที่จะนำแผนกระบวนการการปรองดองไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยขึ้นมา โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างโอกาสที่เสมอภาคกัน นอกจากนั้นแผนระยะยาวคือจะต้องใช้การศึกษาเพื่อวิวัฒน์ความเป็นพลเมือง หรือการใช้การศึกษาสร้างความเป็นพลเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เสนอแนวทางในการพัฒนาแผนการส่งเสริมการปรองดอง โดยกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นกับเด็กไทย ๘ ประการ ได้แก่ การรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์, ความซื่อสัตย์สุจริต, ความมีวินัย, การใฝ่เรียนรู้, การอยู่อย่างพอเพียง, มุ่งมั่นในการทำงาน, รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ ซึ่งจะมีกระบวนการมุ่งเน้นในเรื่องของการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างความปรองดอง ดังนี้ - ระดับชั้นเรียน จัดทำคำปฏิญาณเพื่อความปรองดอง ทำข้อตกลง หรือว่าปฏิญาณตนที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น เป็นคำปฏิญาณของนักเรียนทุกชั้นเรียนให้ติดไว้ในห้องเรียนและเป็นภาพรวมของโรงเรียน - ระดับโรงเรียน จัดทำสัปดาห์แห่งความปรองดอง โดยทำแนวทางการวางแผนสัปดาห์แห่งการปรองดอง มีการประกวดเรียงความเรื่องความปรองดอง มีการจัดกิจกรรมประกวดนักเรียนที่สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามเพื่อสังคม - ระดับชุมชน จัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเพื่อสร้างบรรยายกาศของความร่วมมือกัน แสดงถึงความเป็นพลเมืองดี การเสริมสร้างความรับผิดชอบ การให้เกียรติซึ่งกันละกัน สร้างความมีวินัยในตนเอง ความอดทนอดกลั้น การเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง
More Resources
ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด ของ รมว.ศธ.
173 เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันบอล
173 เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันบอล
172 รมช.ศธ."ไชยยศ" เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
171 โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูอย่างเป็นระบบ
163 มาตรการป้องกันเล่นพนันบอล
161 กนป.เห็นชอบตัวบ่งชี้และเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง
154 เร่งติดตามนโยบายช่วงเปิดภาคเรียน
153 งบปี 2554 ศธ.รวม 388,050 ล้านบาท
152 ตรวจเยี่ยมเปิดภาคเรียนวันแรกที่ รร.สันติราษฎร์วิทยาลัย
151 ผลประชุม ศธ.ครั้งที่ 4
150 ยืนยันเปิดภาคเรียนใน กทม.24 พค.นี้ เว้น 28 โรง
148 เลื่อนเปิดภาคเรียนสถานศึกษาทุกแห่งในกรุงเทพฯ
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เน้นในเรื่องของการฝึกอบรมแกนนำในการสร้างจิตสำนึกประชาธิปไตยสู่ความเป็นพลเมืองดี โดยใช้ กศน.อำเภอและกศน.ตำบล ในการที่จะสร้างจิตสำนึกในความเป็นพลเมือง และจะมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ของสังคมให้เห็นความสำคัญของความเป็นชาติ การอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างมีความสุข
สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะมีการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับ สพฐ. โดย สช. ได้เสนอให้มีการจัดหลักสูตร นักศึกษาวิชาทหาร/รักษาดินแดน (รด.) ให้กับนักเรียนอาชีวศึกษา เมื่อเรียนจบ ๓ ปีแล้ว นอกจากจะมีวินัยในตนเองก็จะมีการสร้างเสริมความรักชาติและไม่ต้องเกณฑ์ทหารด้วย
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีกิจกรรมในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ กิจกรรมอยู่ดีกินดีลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เน้นอาชีพของประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและส่งเสริมผู้ประกอบการเพื่อลดปัญหาการว่างงาน
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีโครงการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเขตเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ สนับสนุนโอกาสการเข้าศึกษาของผู้ด้อยโอกาสในวิทยาลัยชุมชน โครงการทุนการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส โครงการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย โครงการค่ายเรียนรู้คุณธรรมนำชีวิตพอเพียง มีกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา กิจกรรมช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมา ฯลฯ โดยจะบรรจุวิชาความเป็นพลเมืองเป็นวิชาบังคับในหมวดการศึกษาทั่วไปที่ทุกคนต้องศึกษา และกำหนดให้วิชาความเป็นพลเมืองเป็นมาตรวัดตัวหนึ่งในตัวชี้วัดของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และกำหนดไว้ใน TQF ที่จะดูแลเรื่องคุณวุฒิของนักศึกษาที่เรียนจบเพื่อที่จะวัดความเป็นพลเมืองอีกด้านหนึ่งด้วย
รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้ทุกองค์กรหลักไปร่วมกันจัดทำแผนการปรองดองเพื่อจะนำไปสู่การเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้บูรณาการปรับแผนให้สอดคล้องกับภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการและให้ไปกำหนดเป็นแผนเร่งด่วนเป็น ๒ ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ และ ระยะกลางคือในระยะที่จะต้องดำเนินการในการที่จะนำแผนกระบวนการการปรองดองไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทยขึ้นมา โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างโอกาสที่เสมอภาคกัน นอกจากนั้นแผนระยะยาวคือจะต้องใช้การศึกษาเพื่อวิวัฒน์ความเป็นพลเมือง หรือการใช้การศึกษาสร้างความเป็นพลเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพร้อมด้วย นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดสัมมนา รวมพลังพัฒนาการผลิตกำลังคนของชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนให้มีคุณภาพก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานและสร้างความเข้มแข็งทันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต ในความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ณ โรงแรมลองบีช ชะอำ จ. เพชรบุรี
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ และคณะผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานคณะ กรรมการการอาชีวศึกษา รวมพลังพัฒนาการผลิตกำลังคนของชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนให้มีคุณภาพก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานและสร้างความเข้มแข็งทันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต ณ โรงแรมลองบีช ชะอำ จ. เพชรบุรี
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)