มติ ครม.๒ มิถุนายน ๒๕๕๓
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันพุธที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการว่า ได้แต่งตั้งนางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายกมล รอดคล้าย เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งรับทราบรายงานผลโรงเรียนขนาดเล็กที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม
แต่งตั้งข้าราชการ และการโอนข้าราชการ รมว.ศธ.กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ทั้ง ๒ ข้อ ดังนี้ ๑. อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ แต่งตั้งนายกมล รอดคล้าย ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา๒. อนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ให้โอนนางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และอนุมัติรับโอนนายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ. ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุผลในการย้ายครั้งนี้ว่า เพื่อความเหมาะสมในการทำงาน เพราะที่ผ่านมาการดำเนินโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ในงบฯ SP2 มีความล่าช้าและขัดมติ ครม. เช่น กรณีที่ ครม.ให้เดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ในรายการที่ดำเนินการประมูลเสร็จแล้ว แต่นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา กลับไปให้นโยบายผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาว่าให้อยู่ในดุลพินิจ ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งทำหนังสือขอยกเลิกกับบริษัทที่ประมูลได้แล้ว จนทำให้มีการร้องเรียนเข้ามาและขู่ว่าจะฟ้องศาลด้วย นอกจากนี้ เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้ว ยังพบว่ามีการปฏิบัติส่อไปในทางไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อบังคับของทางราชการใน ๒ กรณี คือ มีการแอบอ้างหรือปลอมรายชื่อกรรมการจัดทำคุณลักษณะครุภัณฑ์หรือสเปคชุดใหม่ และจัดทำการรับรองเอกสารการจัดทำสเปคชุดใหม่ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง จึงยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เป็นการขัดผลประโยชน์อะไรแต่อย่างใด รับทราบรายงานผลโรงเรียนขนาดเล็กที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม ครม.รับทราบรายงานผลการพิจารณาทบทวนคุณสมบัติโรงเรียนขนาดเล็ก ที่สมควรจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ตามที่ ศธ.เสนอ โดยในส่วนของการจัดสรรงบประมาณส่วนเพิ่มให้โรงเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ นั้น เนื่องจากในปีงบประมาณ ๒๕๕๓ มิได้ตั้งงบประมาณเพื่อการนี้ไว้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงต้องปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ จากโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ๑๕ ปีที่ได้รับจัดสรร จำนวน ๔๐,๖๐๔.๖๙๑๑ ล้านบาทมาดำเนินการไปก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในปีประมาณ ๒๕๕๔ ศธ.ได้เสนอตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณของ สพฐ.จำนวน ๘๘๘.๗๐ ล้านบาทแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้ ๑. สพฐ.ได้ดำเนินการทบทวนคุณสมบัติโรงเรียนขนาดเล็ก ที่สมควรได้รับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ค่าใช้จ่ายรายหัว) ส่วนเพิ่ม (Top-up) โดยแยกเป็น ๒ กรณี คือ ๑) โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๑๒๐ คนลงมา) ควรมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังนี้คือ -เป็นโรงเรียนที่ไม่สามารถรวมกับโรงเรียนอื่นเนื่องจากการคมนาคมยากลำบาก -เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนรูปแบบคละชั้นหรือมีครูไม่ครบชั้น -เป็นโรงเรียนหลักของการมาเรียนรวมแต่ยังมีนักเรียนไม่เกิน ๑๒๐ คน -เป็นโรงเรียนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพภายนอกแบบก้าวกระโดดจากระดับปรับปรุงเป็นดีหรือดีมาก ๒) กรณีโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ -เป็นโรงเรียนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพภายนอกแบบก้าวกระโดด จากระดับปรับปรุงเป็นดีหรือดีมาก -เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับตำบล -เป็นโรงเรียนขยายโอกาส (นักเรียนรวมทั้งสิ้นตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) โดยจัดงบประมาณสนับสนุนเฉพาะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ๒. สพฐ.ได้จัดทำเกณฑ์ที่กำหนดแตกต่างจากที่เสนอคณะรัฐมนตรีในครั้งแรก เนื่องจากได้กำหนดให้โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ ๓๐๐ คนลงมา) นั้น ให้รวมโรงเรียนขยายโอกาสด้วย เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบทห่างไกล โดยขอรับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเฉพาะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น หัวละ ๑,๐๐๐ บาท/คน/ปี.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น